เมื่อเป็นเช่นนี้..... คุณจะเหยียดสีผิวเพื่ออะไร???
posted on 10 Jun 2008 10:26 by wanwizaa in social*** บทกลอนของเด็กอัฟริกัน ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก UN ***
Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an
African Kid
When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ
When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ
When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ
When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ
And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ
And you white fellow : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว
When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู
When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว
When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง
When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน
When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง
When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว
And when you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา
And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??
จากกลอนด้านบน เป็นกลอนที่เราได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ มา แล้วพอเราอ่าน เรารู้สึกว่า มันใช่ว่ะ
เป็นกลอนที่เขียนโดยเด็กชาวแอฟริกัน
เรื่องของการเหยียดสีผิวนั้น เป็นเรื่องที่มานานตั้งแต่สมัยก่อน และก็อาจจะยังมีหลงเหลือในปัจจุบัน
ถึงแม้อาจจะลดน้อยลง หรือไม่ได้มีการพูดออกมาอย่างแพร่หลาย หรือ เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน
เราไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้มากนัก แต่พออ่านกลอนนี้แล้วก็ให้ความรู้สึกบางอย่างว่า
" แล้วคุณเรียกผม ว่า คนผิวสี" มันเหมือนอารมณ์แบบ ผมก็มีอยู่สีเดียว แต่คุณนั่นแหละ หลายสีมากกว่าอีก
ไม่มีคำพูดอะไรมากนัก แค่อยากถ่ายทอดบทกลอน ที่สะท้อนของการเรื่องเหยียดสีผิวที่เกิดขึ้น
ในสมัยก่อน คนที่เป็นแอฟริกัน อาจจะเป็นเพียงทาส เป็นเพียงชนชั้นแรงงาน ไม่ได้รับการยอมรับ
และโดนเหยียดสีผิวจากคนชาติตะวันตก หรือที่เค้าเรียกแทนตัวเองว่าคนผิวขาว
เรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนดูหนังเรื่อง Green Miles ในปี 1999 เป็นหนังเรื่องโปรดของเราเลยทีเดียว
เป็นเรื่องย้อนอดีตของผู้คุมนักโทษประหาร ในยุคที่ยังมีการกดขี่ด้านชนชั้น เขาได้มีความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด
กับนักโทษผิวดำร่างยักษ์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าเด็กหญิง 2 คน ทั้งที่จริงๆ แล้ว เขาไม่ด้เป็นผู้กระทำ
มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการเหยียดสีผิวโดยตรง แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราเห็นได้ชัด
จากการตัดสินคนจากลักษณะภายนอก มากกว่าจะตัดสินเขาจาก ลักษณะจิตใจที่อยู่ข้างใน
หรืออีกเรื่อง นั่นคือ Babel เรื่องนี้ สะท้อนอารมณ์เรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา ได้ดีอีกเรื่อง
ในเรื่องของการเหยียดสีผิวนั้นมันไมได้มีแต่การเหยียดเฉพาะคนแอฟริกัน แต่อย่างที่เรารู้ดี
คนเอเชียอย่างเราๆ ก็โดนไปด้วยเช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่แก้ยากจริงๆ กับเรื่องนี้
เพราะเมื่อไหร่ที่เราเป็นคนกลุ่มน้อยของที่ใด เราก็มักจะโดนดูถูก หรือ ตัดสินไปแล้ว
เพราะเราไม่เหมือนหรือเป็นพวกเดียวกับคนกลุ่มใหญ่
เรื่องชาติพันธุ์ เผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ อย่างที่เราเห็นกัน อย่างภายในประเทศเราเอง
เอาง่ายๆ อย่างเรื่องชาวเขา หรือ ชนกลุ่มน้อยในประเทศเราเอง
ลองนึกๆดูสิ การกระทำบางอย่างของเรา อาจจะเป็นสิ่งที่สะท้อนเรื่องการเหยียดสีผิวได้ในอีกกรณีหนึ่ง โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยก็ได้
การกระทำบางอย่างที่เราเอาเรื่องการพูดของเขามาล้อเลียน บางทีมันเอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในความรู้สึกของเขา
โดยที่เราไม่รู้ตัวหรอกว่าการกระทำของเราได้ทำร้ายใครลงไปบ้าง
ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกา กลุ่มคนที่เรียกว่าผิวขาวก็ต้องยอมรับในความสามารถของคนผิวสี(ที่พวกเขาเรียกกัน)
นั่นคือ นายบารัก โอบามา วุฒิสมาชิกรัฐอิลลินอยส์ ที่สามารถหลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ การเมืองสหรัฐอเมริกา
เมื่อกลายเป็นผู้สมัครผิวสีคนแรก ได้ รับความไว้วางใจจากบรรดาพลพรรคเดโมแครต
ให้เป็นตัวแทน เพื่อไปชิงชัยตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับตัวแทนจากพรรครีพับลิกันในสมรภูมิเลือกตั้งสนามใหญ่ต่อไป
แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่า จะได้รับความไว้วางใจจาก พลเมืองสหรัฐหรือไม่ ที่จะให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป
เรื่องของสีผิว ชนชาติ เชื้อชาติ หรือแม้แต่ศาสนา เป็นเรื่องที่ยังคงแบ่ง ความเป็นมนุษย์อยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว
หวังว่ากลอนด้านบน คงสะท้อนอะไรบางอย่างได้ อย่างน้อยก็สะม้อนความรู้สึกของเด็กแอฟริกันคนหนึ่ง
ที่โดนเหยียดสีผิว ทั้งที่ เขาก็มีเพียงสีเดียว ถึงแม้จะต่างจากคุณซึ่งเป็นคนผิวขาว แต่พอสภาพอะไรที่เปลี่ยนไป
คุณต่างหากที่มีหลายสี แล้วคุณยังจะเรียกเขาว่า "คนผิวสี" อยู่อีกเหรอ ???