แม้ความตายจะพรากเธอไป.....แต่ใจก็ยังคิดถึงเสมอ
posted on 19 May 2008 00:44 by wanwizaa in diary
เขียนเอนทรี่วันนี้ ด้วยอารมณ์ไหนก็ยังไม่แน่ใจนั่งเขียนเอนทรี่นี้ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ได้ เพราะเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลสัตว์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ถ้าใครได้อ่านเอนทรี่ก่อนหน้านี้ ช่วยด้วย..........ท้องไม่มีพ่อ
ก็จะได้ทราบว่า เรามีสุนัข เพศเมียตัวหนึ่งวัยขวบครึ่ง ตั้งท้องอยู่
โดยต้องเท้าความก่อนหน้านี้ว่า ที่บ้านไม่รู้ว่ามันท้องมาก่อน ก็เลยได้ฉีดยาคุมให้มัน
แต่พอหลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ก็รู้ว่ามันท้อง พวกเราก็ไมได้คิดอะไร
จนวันนี้ มันมีอาการเจ็บท้อง พยายามที่จะคลอดเองหลายครั้ง แต่ไม่สามารถคลอดได้
ตอนประมาณ 2 ทุ่ม ก็เลยพามันไปโรงพยาบาล ใส่ท้ายรถกระบะที่บ้านไป
สังเกตได้เลยว่ามันมีอาการซึมเศร้าลงมาก ผิดวิสัยสุดยอดแห่งความร่าเริงไปเลย
พอไปถึงก็เข้าไปยังฉุกเฉิน หมอบอกว่า ต้องผ่าตัดออกมา เพราะว่า ลูกหมาในท้องอาจจะตายแล้ว โดยที่หมอบอกว่า ยาคุมไปทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการคลอดของสุนัขลดลง
พี่สาวเราเลยถามว่า จะมีลูกรอดไหม หมอบอกว่า อาจจะมีรอด
เราก็รออยู่ ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ หมาเราก็ออกมา ปรากฏว่า ลูกในท้องตายหมด
เนื่องจาก มดลูกติดเชื้อ สรุปว่า หมาเราต้องตัดมดลูกทิ้ง ตอนที่เห็นมันเราสงสารมันมากๆอะ
แบบว่า พี่เราก็กลัวว่า พอมันตื่นมา ไม่เห็นลูกมันจะเป็นไง ต่อจากนี้ก็คงต้องดูแลมันให้ดีที่สุดนั่นแหละ
หมอบอกว่าถ้าช้ากว่านี้ อาจจะทำให้ทั้งแม่และลูกตายหมดเลยก็ได้ มันทำให้เราคิดได้ว่า เราต้องเอาใจใส่กับสัตว์ที่เราเลี้ยงให้มากกว่านี้ เพราะมันบอกเราไม่ได้ว่า มันรู้สึกอย่างไรอยู่ มันอาจจะดูซึมๆไป เราต้องเข้าใจมันมากกว่านั้น หมาเราไม่ค่อยได้แสดงอาการใดๆออกมามากว่า เจ็บท้อง จะคลอดอะไรแบบนี้
คือมันเจ็บนะแล้วร้องออกมาไม่ได้ มันร้องเหมือนคนไม่ได้ว่า กูเจ็บเว้ยยยยยยย
จริงๆแล้วเรามีหมาอยู่ 2 ตัว แต่เพิ่งตายไปเมื่อประมาณเดือนมีนาที่ผ่านมานี่เอง
เป็นหมาพันธุ์ไทยที่พี่สาวไปเก็บมาจากตลาดเลี้ยงมาตั้งแต่เป็นลูกหมาตัวผู้
การไปโรงพยาบาลครั้งนี้ ทำให้เราได้คิดถึงมันอีกครั้งหนึ่ง
เราเลี้ยงมันตั้งแต่เราอยู่ ประมาณ ม.4 จนมันจากไป เมื่อตอนที่เราเรียนจบมาได้ปี
มันอยู่กับเราจนมันจากไปก็อายุได้ประมาณ 6-7 ปีได้
ด้วยความที่มันเป็นหมาที่อ้วน เพราะทำหมันมัน และก็กินเก่งป็นที่หนึ่ง
เรื่องที่ไม่เป็นรองเลยคือ เฝ้าบ้าน คนแถวบ้านเราจะรู้เลยว่าบ้านเราหมาดุขนาดไหน
เพราะมันเล่นเห่าด่ะ ไม่สนใครทั้งนั้น มันชื่อว่าปุย แต่เรามักจะเรียกมันว่าพี่อ้วน
แรกๆมันไม่หันหรอก แต่เรียกบ่อย ไม่ว่าเรียกชื่อไหนก็หันหมด
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่มันขาแพลง ด้วยความที่อ้วน ก็เลยได้แต่นอนมองนิ่งๆเฉยๆ
พามันไปหาหมอ หมอบอกว่า กล้ามเนื้อขาอักเสบ เนื่องจากอ้วนเกิน รับน้ำหนักไม่ไหว
ช่วงนั้นกลายเป็นหมาเป๋ เดินกระเผลกๆ ทำหน้าเศร้าๆ แต่ก็ไม่ลดดีกรี เห่าด่า เหมือนเดิม
ช่วงที่มันจะจากไป เราไม่ได้รู้มาก่อนเลยว่ามันป่วย รู้แต่ว่าก่อนหน้านั้น 2-3 วัน มันกินข้าวน้อยลง
ก่อนวันที่มันจะจากไปมันดูเศร้ามากกว่าปกติ พี่เราก็เลยพาไปหาหมอที่คลินิกหน้าหมู่บ้าน ดูท่าทางมันจะปวดท้องมาก เพราะแต่แล้วมันจะร้องครางออกมาเบาๆ เราไปทำงานกลับบ้านมา เจอมันนอนให้น้ำเกลือ อยู่ข้างบ้าน เห็นแล้วสงสารจับใจ ปกติ มันจะไม่ชอบให้แตะขามัน มันจะหันมาแง่มๆใส่ แต่คราวนี้มันนอนนิ่งๆให้เราจับขามันได้สบาย
พี่เราก็คอยเฝ้าดูมันอยู่ข้างๆ มันนอนเหมือนจะหลับแต่ไม่หลับ ตอนนั้นก็คิดว่าพอถอดน้ำเกลือออก เดี๋ยวผลเลือดออกก็รู้ว่าเป็นอะไร เราก็เข้าไปหามันคุยกับมัน "พี่อ้วนเจ็บมากไหม" น้ำตาพาลจะไหลอยู่รอมร่อ เราก็เข้าไปเก็บของในบ้าน และกินข้าว แต่ระหว่างที่กินอยู่ พี่เราก็ร้องตะโกนเรียกชื่อหมาเราเสียงดังลั่น ในนาทีนั้นรีบวิ่งออกไปเลย พี่เราทั้งเรียก ทั้งเขย่าตัว แต่มันก็ไม่ตอบสนอง มันหยุดหายใจไปแล้ว ความตายพรากมันไปแล้ว
เราไม่เคยคิดว่าเราจะร้องไห้ แต่น้ำตาก็ไหลออกมาเฉยๆ แต่คนที่ช็อกที่สุดคือพี่เรา ข้าวจานนั้นก็ไม่ได้กิน เพราะมันอิ่มขึ้นมาดื้อๆ เราได้แค่นั่งมองมัน ลูบตัวมันเบาๆ แล้วบอกว่าให้มันหลับให้สบายนะ
แม้ความตายได้พรากมันไปจากเราแล้ว แต่ความทรงจำที่มีถึงมันก็ยังอยู่ในใจเสมอ
ตอนนี้เราก็ต้องดูแลรักษาหมาอีกตัวที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด ความผูกพัน ไม่ว่าเกิดขึ้นกับอะไร แต่พอเราต้องเสียมันไป เราก็ไม่มีทางจะห้ามน้ำตา และความเสียใจไว้ได้เลย
ปล.1 ตอนนี้ยู่ยี่อดซ่าส์ไปพักใหญ่ ต้องจับล่ามโซ่เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเดินแรดไปทั่วบ้านและก็ยังต้องให้น้ำเกลืออยู่ ส่วนพรุ่งนี้ก็ต้องพามันไปเพื่อฟังผลเลือด ว่าจะติดเชื้อมากมั๊ย
ปล.2 หมอที่โรงพยาบาลสัตว์ที่ดูแลยู่ยี่น่ารักมากๆ เป็นหมอผู้หญิง ขอบคุณที่ดูแลมันนะคะถึงแม้จะเสียลูกมันไป แต่ได้มันคืนมาก็ดีที่สุดแล้วค่ะ และการที่มีโรงพยาบาลสัตว์ที่ไม่ไกลบ้านมันดีมากๆ เลย คนมีแผนกฉุกเฉนได้ หมาก็มีได้นะคะ
ปล.3 การไปโรงพยาบาลครั้งนี้ ทำให้เรารู้ว่า มันทรมานแค่ไหน เราอึดอัดมากๆ ที่ต้องเจอสัตว์บาดเจ็บ หรือแม้แต่คนก็ตาม มันเครียดว่ะ แต่พี่เราชินโคตรๆ เพราะว่ามันเคยทำงานเป็นประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลมาก่อน มันบอกว่าแค่นี้จิ๊บๆ คนโดนยิงแขนห้อยมาเลย มันก็เจอมาแล้ว เราได้แต่คิดในว่า "กูเกลียดโรงพยาบาลจริงๆว่ะ มันอึดอัดนะเว้ยย ต้องมาเจอแบบนี้"
ปล.4 เอนทรี่นี้ยาวจริง และนี่ก็ตีหนึ่งครึ่ง ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลย นอนเลยได้มั๊ยวะ 555
edit @ 19 May 2008 01:36:33 by ~ wanwizaa ~
น้องหมาเราขนาดเค้าตายไป 4 ปีแล้วเรายังจำวันที่เค้าจากไปได้แม่นเลยค่ะ แต่ของเราเค้าทรมานเป็นเดือนๆเลยนะ จนวันที่เค้าไป เค้าทำท่าจะไปตั้งแต่เช้าแล้วด้วยซ้ำ แต่เค้าก็อดทนรอทุกคนกลับมาบ้านก่อนน่ะ พูดไปแล้วก็คิดถึงมากๆเลย...
#1 By **dattebayo** [as Sakura] on 2008-05-19 01:49