ชีวิตมหา'ลัย โปรดใช้ให้คุ้ม
posted on 07 May 2008 18:40 by wanwizaaเห็นว่าเป็นช่วงประกาศผลเอ็นท์ ก็เลยขออิงกระแสกับเขาหน่อย
โดยหยิบยกเรื่องเล่า ที่เคยผ่านมา หลังจากเรียนจบมา 1 ปี ได้
ตัวเราเอง เรียนจบจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ธัญบุรี)
คณะ บรหารธุรกิจ สาขา การบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ
เรียนๆ เล่นๆ ทำกิจกรรม อยู่ 4 ปี จบ ด้วยเกรด 3.49 ซึ่งต้องบอกว่า เฉียดเกียรตินิยมอันดับ 2
ไปเพียง 0.01 ขอย้ำ 0.01 เพราะเค้าเอาที่ 3.50 เป็นที่น่าเจ็บใจมากตอนที่รู้เกรด
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ทั้งเรียนทั้งทำกิจกรรมหลายอย่าง เป็นช่วงชีวิตที่คุ้มค่ามากๆ
เพราะถ้าเรียนอย่างเดียว ไมได้ทำอะไรเลย คงเฉามากๆ และมันคงเป็นช่วงเวลาที่เราไม่เคยจำได้สักนิด
แต่พอเรียนจบมานั่งคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น มันจะเป็นอะไรที่คิดถึงได้ตลอดอะ
มันจะมีอะไรผุดมาให้คิดถึง เหตุการณ์ นู่นนี่ อยู่เรื่อยๆ ว่าเราเคยทำแบบนี้นะ เคยทำแบบนู้นนะ
ตอนปี 1 เข้าไปแรกๆ ต้องยอมรับเลยว่า ไม่เคยแอนตี้กับการรับน้องเลย มันก็ไม่ใช่อะไรที่ดีเลิศ แต่มันก็เป็นอะไรที่สนิทสนมดี รุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะ ตอนเข้าไปปีแรก มันเป็นแค่ภาควิชาเล็กๆ ที่มีเพียง ชั้นปีละห้อง เลยสนิทกับพวกรุ่นพี่มากๆ โดยเฉพาะตอนแข่งกีฬา เป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ โดนเกณฑ์ ไปแข่งชักเย่อ โดนจับไปเต้นเชียร์ลีดเดอร์ ต้องขึ้นไปนั่งแสตนด์เชียร์ บ้า โคตรๆเหอะ
พอขึ้นปี 2 ก็ ทำกิจกรรมเรื่องรับน้อง เป็น PR ชั้นปี เป็น PR ของ ภาควิชา เต้นลีดฯ แถมโดนรุ่นน้องเกลียด ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรอีกต่างหาก มาเกลียดกูซะง้านเหอะ ทะเลาะกับเพื่อน ใน sec ก็ปีนี้ กว่าจะดีกันได้ ล่อตอนจะหมดปี แต่ด้วยความที่มีรุ่นพี่ดีๆ ที่สนิทๆ และเข้าใจ มันเลยผ่านมาได้ทุกอย่าง
พอปี 3 ก็ไม่พ้นกิจกรรม ช่วงวันกีฬา และก็จัดงาน บายเนียร์ รุ่นพี่ ซึ่ง ทะเลาะกะเพื่อนอีกแล้วเหอะ เป็นอะไรที่น่านอยด์มากๆ
ปี 4 ปีนี้ปีสุดท้าย แทบจะไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่ ด้วยวิชาเรียนที่น้อยลง เข้ามหาลัย 2 วันได้ หน้าที่ของเหล่าปี 4 คือ คอยจับตาดูน้องๆ และร่วมกิจกรรมเป็นช่วงๆไป มีช่วงงานกีฬานี่แหละ ที่ ในห้องช่วยกันทำขบวนพาเหรด สนุกสนานกันทีเดียว
ช่วงที่ผ่านมา ตลอด 4 ปีนั้น ต้องบอกว่าเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามากๆ ไม่เคยเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว
ถึงแม้ในตอนแรก ไม่ได้ชอบในการเรียนในคณะบริหารมากนัก แต่ก็ทำให้ได้รับอะไรหลายๆอย่างมากมาย
เราสามารถเอาไปเล่าให้ใครฟังก็ได้ว่า เราเคยทำอะไรมาบ้าง โดยเฉพาะตอนไปสัมภาษณ์งาน
ต้องบอกว่าเราไม่เคยผ่านการฝึกงานช่วงซัมเมอร์ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่โอกาสบางอย่างของเราลดลง
แต่การที่เราเคยทำกิจกรรมสมัยเรียนมา มันทำให้เราสามารถไปบอกตอนสัมภาษณ์ได้
ที่พูดมาไม่ได้อยากอวดอ้างอะไร แต่แค่อยากถ่ายทอดประสบการณ์ว่า
การเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ว่า รัฐ หรือเอกชน แต่ขอแค่เราเรียนไปด้วย พร้อมทำกิจกรรมไปด้วย
แบ่งเวลาให้ดี มันจะเป็นอะไรที่เปรียบเสมือน ประสบการณ์ที่จะติดตัวเราตลอดไป
อย่างน้องเราอาจจะไม่ได้เกียรตินิยม เรียนไม่ได้ระดับหัวกะทิ แต่เราก็ใช้ชีวิต อย่างโคตรคุ้มอะ
แล้วพอมองย้อนกลับไป เราจะไม่เคยเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว
ที่สำคัญอีกอย่าง ไม่ว่าคุณเรียนจบจากมหาวิทยาลัยไหน พอคุณเรียนจบ คุณก็มีค่าเท่ากันทั้งนั้นแหละ
การจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอาจจะทำให้คุณได้เปรียบบ้าง แต่มันก็ไม่ทุกอย่างหรอกนะ
อย่าลืมว่า มันขึ้นอยู่กับตัวคุณด้วย ความสามารถที่คุณจะพิสูจน์ ให้ทุกคนได้เห็นต่างหากล่ะ นั่นแหละสำคัญ
เราเรียนจบบริหาร แต่ประสบการณ์ การทำงานที่ผ่านมา เราไม่ได้ใช้ส่วนที่เราเรียนมาแม้แต่นิด
เราไม่ได้ทำงานในองค์กร ที่เกียวข้อง กับการนำเข้า ส่งออก ไม่ได้ทำงานด้าน shipping หรือ logistics
แต่งานที่เราทำคือ งานนิตยสาร ในตำแหน่งงานที่อาจจะได้ใช้การบริหารบ้าง เรื่อง marketing
แต่หลักๆ ก็คือเรื่องการประสานงาน การทำงาน event เช่น งาน book fair
วิชาที่เราเรียนมา ไม่ได้ใช้เลย ที่เราใช้ คือ ตอนที่เราทำกิจกรรมล้วนๆ
การทำงานสอนให้เรารู้ว่า คุณอาจจะไม่ได้ทำงานที่คุณรักก็ได้
คุณอาจจะไม่ได้ใช้วิชาที่คุณเรียนมาเลยก็ได้
และส่วนใหญ่ของคนที่ทำงาน น้อยมากที่จะมีคนที่ได้ทำงานที่ตัวเองต้องการจริงๆ
ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่เรียนอยู่ ทุกคน คนที่เพิ่งเรียนจบ คนที่กำลังหางาน สู้ๆนะ
เพราะเราก็กำลังหางานอยู่ ซึ่งแน่นอน เป็นงานที่เราเคยทำแน่นอน เพราะว่า ให้กลับไปนึกว่า
ทำงานตามที่เรียนมาจะเป็นยังไง คิดไม่ออกอะ เพราะว่า แทบจะลืมไปหมดแล้วเหอะ
*** โปรดใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้คุ้ม
เพราะว่าชีวิตหลังจากนั้น มันน่าเบื่อกว่าเยอะ ****
เพราะการเป็นผู้ใหญ่ วัยทำงาน ไม่สนุกเลยสักนิด (ขนาดสัมผัสมาแค่ปีเดียวนะ)
ผมเองอยากย้อนไปเป็นอีกครั้ง สบายออก 55+
เชื่อว่าเราทุกจะต้องผ่านไปได้ด้วยดีครับ
แต่อตนนี่ขอใช้ชีวิตในวัยรุ่นให้เต็มที่ก่อนละกัน
#1 By [Blog]-`Nutty,,* on 2008-05-07 19:37