Suvarnabhumi Airport... ที่ซึ่งเราจะจดจำ
posted on 04 Feb 2008 11:46 by wanwizaaตั้งชื่อเอนทรี่ อย่างอลังการ "สนามบินสุวรรณภูมิ"
ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เครื่อง ctx หรือ รันเวย์ร้าว เพราะนั่นก็นานมาแล้ว
จนรู้สึกเหมือนเรื่องเงียบๆไป ไม่บูมเหมือนที่รู้มาแรกๆ
หรือมักจะเป็นอย่างนี้เสมอ กับคนไทยที่มีกระแสอะไรก็เป็นพักๆไป
ตื่นตัวอยากรู้ ช่วยกันแก้ปัญหาในช่วงแรก พอหลังจากนั้นสักพัก ก็หายไป
พอมีเรื่องเกิดขึ้นก็ค่อยมาหาทางแก้ปัญหากันใหม่อยู่ร่ำไป
เราจะไปพูดถึงปัญหาบ้านเมืองใดๆทั้งสิ้น เรื่องนี้เกี่ยวกับตัวเองล้วนๆ
เมื่อวาน (อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์) ไปส่งเพื่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิมา
ไม่อยากจะโชว์ความบ้านนอกของตัวเอง แต่นั่นคือครั้งแรกที่ได้เหยียบสนามบินที่ใหญ่ที่สุด(เหรอวะ)
ดีที่สุด (อืมมมมม กูเชื่อก็ได้) ทันสมัยที่สุด (โอ้ววววว) หออะไรของมันซักอย่างสูงที่สุด (อู้ววววว)
สร้างนานที่สุด (อันนี้จริง) มีการโกง แอนด์ กิน มากที่สุด (อันนี้โค-ต-ร จะจริง)
ว่าจะไม่พูดไหงวกเข้าไปได้วะเนี่ยยยย
พอดีเพื่อนรักต้องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว ซึ่งมันไปโดยที่บอกเพื่อนล่วงหน้า หนึ่งอาทิตย์
แถมมันบอกตอนวันเกิดเราอีก แบบเซ็งไปเลย ประมาณทีหลังบอกกูตอนวันมึงอยู่บนเครื่องแล้วนะ
เมื่อวันศุกร์เลยมีการเลี้ยงส่งอย่างสนุกสนาน (พวกเรากันเอง)
พอถึงวันอาทิตย์ก็ดั้นด้นไปส่งกัน การเดินทางเป็นไปอย่างสบาย
ขึ้นทางด่วนจากแถวๆบางซื่อ ปรื๊ดเดียวถึง แต่ก่อนหน้านั้นแอบคิดกัน กูมาถูกทางป่าววะ
พอไปถึงโอ้วววว มันจะเปิดไฟทำไมให้เปลืองขนาดน้านวะ
แบบ ไฟถนนสีส้มๆ นี่ยาวเป็นทาง ตรงส่วนอาคารนี่เปิดไฟแบบไม่ต้องช่วยกันประหยัด
(ทั้งที่บอกให้พวกกูรณรงค์กันประหยัดเนี่ยยยนะ)
เพื่อนขึ้นเครื่องของการบินไทย ซึ่งเป็น royal first ไฮโซชิบ
ที่นั่งรอนี่แบบ โอ๊ยย อะไรจะดูหรูหราอย่างนี้ โดยที่พวกเรานี่แต่งตัวเข้ากับ การบินไทยสุดๆ
ซึ่งไอ้เพื่อนๆที่ไปส่งแต่งตัวกันแบบยาจกชิบ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น เป็นทิวแถว
เราก็สร้างมหกรรมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กะเพื่อนที่ไปเรียนเมืองนอก ซึ่งสนุกมากกก
แต่เวลาของความสุขมักจะสั้นเสมอ ก็ถึงเวลาของการร่ำลา
เพื่อนเราที่ไปเป็นเพื่อนที่เราสนิทมากที่สุด เป็นห่วงและรักมากที่สุด กอดคอกันร้องไห้ตั้งแต่สมัยเรียนมหา'ลัย
ประมาณมองตากันก็รู้แล้วว่ารู้สึกอย่างไร แต่น่าแปลกที่วันนั้นเราไม่ได้ร้องไห้
อาจจะเพราะรู้มานานว่าคนอื่น แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เป็นห่วงอย่างเดียว
คือกลัวว่ามันจะอยู่ไม่ได้ ลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ เหมือนน้องสาวเราคนหนึ่งที่เราห่วงสารพัด
ก่อนมันจะไปขึ้นเครื่อง ก็ถ่ายรูปกะมันอย่างมากมาย และก็กอดมันหนึ่งที บอกให้มันรักษาสุขภาพ
เพราะคนขี้หนาว แต่ต้องไปอยู่เมืองซึ่งตอนนี้หิมะตก ไม่รุจะเป็นอย่างไร
เรากะเพื่อนคนนี้สนิทกันมากก ถึงขนาดที่บางทีคนอื่นมอง หาว่าเรากะมันเป็นเลสเบี้ยน
ซึ่งก็กำลังตกลงกันอยู่ ใครจะเป็นทอม ใครจะเป็นดี้ 55 ขนาดอาจารย์ที่สอนญี่ปุ่นเรายังถามอะ
ต่อจากนี้ไปอีกนาน กว่าจะได้เจอกันอีก ขาดเพื่อนช้อปปิ้งมือหนึ่งที่ต่อของเก่งชิบ
ขาดเพื่อนเมาท์ตอนที่มีอะไรเด็ดจะเล่าให้ฟัง ขาดเพื่อนที่กินข้าวด้วยกันตอนเย็นวันศุกร์
ขาดเพื่อนที่ฉันมักจะด่ามันเสมอๆ ขาดเพื่อนที่ทำให้ฉันตลกยามที่ไม่สบายใจ
ขาดเพื่อนที่รับฟังยามมีปัญหา เราคงไม่ได้โทรเมาท์ๆ กันเหมือนแต่ก่อน
มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งบอกฉันว่า เพื่อนมันไปเรียนนะเฟ้ยยย ไม่ได้ไปรบ หรือไม่ได้จากกันมากมาย
แต่ผู้หญิงมันต่างกันนะ มันละเอียดอ่อนกว่านั้นอะ เพราะเพื่อนผู้หญิงมันจุกจิกกว่านั้น
ถ้าเพื่อนผู้ชายไปก็คง เออ ไปดีนะมึง อย่าลืมของฝากกูล่ะ มันไม่มากมายเท่ากันอะ ไม่รุจะพูดยังไง
ขอฝากถึงเพื่อนกิ๊กซะหน่อย (ซึ่งเดี๋ยวกูจะส่ง ลิงค์ให้มึงอ่าน 55)
อยู่ที่นู่นต้องรักษาสุขภาพ อากาศเย็น เดี๋ยวไม่สบาย เพราะแกไม่สบายง่ายมาก
อยู่นู่นแกจะโทรมาอ้อนฉันไม่ได้นะว่าป่วย เพราะมันแพง ถึงแม้คุยเอ็มก็ไม่ช่วยได้
แกต้องเข้มแข็ง อย่ามาแอบร้องไห้คิดถึงบ้าน โตๆแล้วสาดดด
เป็นผู้หญิงเดินไปไหนมาไหน ระวัง อันตราย ผู้ชายญี่ปุ่นมันแอบหื่น 55
ขอให้แกระมัดระวังตัวเอง เพราะยิ่งโก๊ะๆ อยู่ ไม่มีฉันมาคอยเตือนแกแล้วนะ (ก็ผลัดกันเตือนนี่หว่า)
แกไม่อยู่ไม่รู้จะด่าใครว่ะ เหงาปากแย่ อิอิ อยู่นู่นคงไม่ค่อยได้ช้อป ไม่ต้องห่วง
เดี๋ยวฉันกะนังแอม จะช้อปกันให้กระหน่ำ และจะเมาท์ให้ฟัง
ไปเที่ยวไหนก็อย่าลืมถ่ายรูปมาเก็บๆไว้ให้ดูมั่ง อ่อ กูอยากเห็นหิมะ 55 ใส่ขวดส่งกลับมาด้วยนะ
อย่าลืมเช็คเมล์ และ ไฮ 5 อยู่เสมอ เด๋วพวกฉันจะเข้าไปป่วน
สุดท้ายอ่านเอนทรี่นี้จบ กรุณาอย่าทำน้ำตาซึม หรือขอบตาร้อนผ่าว เพราะฉันเขียนด้วยความรักและคิดถึง
ซึ่งไม่มีน้ำตาซักหยด มีเพียงแต่รอยยิ้มที่คิดถึงวันที่เราอยู่ด้วยกัน
กลับมาเมื่อไหร่ เราค่อยไปแดนซ์ๆ ณ rca แถมท้ายด้วยการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ ฉันจะเตรียมเงินไว้รอ
ปล.ของฝากไม่อยากได้เท่าไหร่ แค่ถ้ามีก็ดี โปสการ์ดไม่ต้องส่งมาก็ได้
แต่ซื้อมาฝากตอนกลับ พร้อมเขียนเล่าเรื่องให้อ่านบ้างก็ยังดีนะ พอแล้ว
หนุ่มญี่ปุ่นไม่อยากได้ เพราะที่นี่มีน่ารักๆ เยอะ 55 ดูแลตัวเองดีๆนะ Take care love U always
ถ้ากลับมาแล้ว แต่โทรบอกผู้ชายก่อนเพื่อน จะมีโดนนะยะ
แต่ถ้าแกไปลองอยู่แล้วอยู่ไม่ได้ จะกลับมาเนี่ย ฉันจะถีบแกส่งกลับญี่ปุ่น
เพราะที่เลี้ยงแกไปเนี่ย มันเปลืองเงินนะเฟ้ยยยยย 55
การเปิดเผยตัวครั้งแรกของเจ้าของบล็อก (ใส่หมวก) และเพื่อนรัก (น่ารักป่าววว)
ไม่ได้แต่งรูปเลยนะขี้เกียจนั่นเอง คนใส่หมวกคือเราเอง กะเพื่อนเราคือคนขวามือ
#1 By ตุ๊กตาช่างปั้น on 2008-02-04 17:50